<?xml version="1.0"?><rss version="2.0"><channel><title><![CDATA[Taiwan Today - สังคม]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/]]></link><description><![CDATA[RSS]]></description><language><![CDATA[ภาษาไทย]]></language><image><title><![CDATA[Taiwan Today - สังคม]]></title><url><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/images/logo.jpg]]></url><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/]]></link></image><item><title><![CDATA[ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่ากว่า 80% ของชาวไต้หวัน พึงพอใจกับผลงานด้านการทูต ภายใต้การนำของปธน.ไล่ชิงเต๋อ พร้อมให้การสนับสนุน "ไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตย" และการขยายขอบเขตทางการทูตอย่างแข็งขัน]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/284250/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2-80%25-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94]]></link><guid>284250</guid><pubDate>2026/05/28</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 27 พ.ค. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ประกาศผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน โดยมีสาระสำคัญที่ครอบคลุมผลสัมฤทธิ์ทางการทูตภาพรวมที่ภาคประชาชนคิดเห็นต่อภารกิจการบริหารงานการทูต ภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ด้านนโยบายการทูตที่สำคัญที่ผลักดันโดยกระทรวงการต่างประเทศ ตลอดจนทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น ผลสำรวจบ่งชี้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งพึงพอใจกับผลสัมฤทธิ์ทางการทูตโดยรวมที่ผลักดันโดยประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน และผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 65% ให้การสนับสนุน &nbsp;&quot;การทูตแบบบูรณาการ&quot; และ &quot;แผนพัฒนาความเจริญรุ่งเรือง&quot; ที่ผลักดันโดยกต.ไต้หวัน อีกทั้งผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 80% ให้การสนับสนุนความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ในการดำเนินภารกิจการทูต เพื่อคว้าเสียงสนับสนุนจากประชาคมโลก<br />
&nbsp;<br />
จากผลสำรวจในแง่มุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 59.3% ต่างคิดเห็นว่า ไต้หวันควรเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับต้นๆ และกว่าร้อยละ 67.1% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนไต้หวันปรับเพิ่มงบประมาณกลาโหม เพื่อจัดตั้งกลไกการบริหารตามหลักการ &ldquo;เกราะป้องกันไต้หวัน&rdquo; สำหรับกรณีที่ปธน.ไล่ฯ นำคณะตัวแทนเดินทางเยือนเอสวาตินี ประเทศพันธมิตรในทวีปแอฟริกา อันเป็นการฝ่าฟันการปิดล้อมทางการทูตของจีน มีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 66.3% แสดงความพึงพอใจ และประชาชนร้อยละ 69.2% ให้การสนับสนุนปธน.ไล่ฯ เดินทางเยือนประเทศพันธมิตรอย่างยั่งยืน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางความร่วมมือเชิงลึกกับพันธมิตรทางการทูต<br />
&nbsp;<br />
ในส่วนของการดำเนินภารกิจการทูต 86.2% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการดำเนินภารกิจที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อคว้าเสียงสนับสนุนจากประชาคมโลก<br />
&nbsp;<br />
ในส่วนของการขยายขอบเขตระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 83.8% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนแผนการดำเนินงานของกต.ไต้หวัน ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา ในการจัดตั้งสำนักงานตัวแทนรัฐบาลในต่างแดน และกว่า 93.9% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนความพยายามของกต.ไต้หวันที่มุ่งมั่นขยายเที่ยวบินตรงจากไทเปสู่ต่างประเทศ ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของภาคประชาชนในการขยายการมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กว่าร้อยละ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า การเยือนประเทศต่างๆ ของบรรดานักการเมืองไต้หวันจะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็น &quot;ชาวไต้หวัน&quot; เมื่อเทียบกับแนวทาง &quot;จีน - ไต้หวัน&quot; (16.5%) 73.4% ของผู้ตอบแบบสอบถามสนับสนุนหลักการ &quot;ไต้หวันประชาธิปไตย&quot; ที่ผลักดันโดยปธน.ไล่ฯ เพื่อเป็นหลักอ้างอิงในการกำหนดเส้นทางอนาคตและการพัฒนาของประเทศชาติในภายภาคหน้า นอกจากนี้&nbsp; 52.6% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า &quot;ความสัมพันธ์ทางการทูต&quot; มีความสำคัญมากกว่า &quot;ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน&quot; (36.2%) สะท้อนให้เห็นฉันทามติขั้นสูงของภาคประชาชน ที่ต้องการก้าวสู่เวทีโลกและเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับนานาชาติ<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เข้าร่วม “งานเลี้ยงอาหารค่ำเนื่องในวันยุโรป ประจำปี 2026”]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/284213/%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%99.%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%AD-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1-%E2%80%9C%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88]]></link><guid>284213</guid><pubDate>2026/05/27</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 26 พ.ค. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้เข้าร่วม &ldquo;งานเลี้ยงอาหารค่ำเนื่องในวันยุโรป ประจำปี 2026&rdquo; (Europe Day Dinner) โดยปธน.ไล่ฯ เน้นย้ำว่า สันติภาพมิใช่เรื่องที่ได้มาอย่างง่ายดาย จำเป็นต้องประสานสามัคคีกันจึงจะสามารถรักษาความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองระดับภูมิภาคให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ในปัจจุบัน &ldquo;เซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี AI&rdquo; ถือเป็นหัวใจสำคัญของความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงทางประชาธิปไตยระดับสากล ซึ่งไต้หวันครองบทบาทสำคัญในด้านห่วงโซ่อุปทาน AI และแผ่นชิปขั้นสูง อีกทั้งยังเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ประกอบการในทวีปยุโรป โดยอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าเสริมสร้างความร่วมมือเชิงลึกในด้านอากาศยานไร้คนขับ เพื่อการจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานทางประชาธิปไตยที่น่าเชื่อถือ<br />
&nbsp;<br />
ยุโรปถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไต้หวัน และเป็นแหล่งที่มาของเงินลงทุนจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน ปธน.ไล่ฯ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าผลักดันการลงนามความตกลงว่าด้วยหลักประกันด้านการลงทุนแบบทวิภาคี และการแก้ปัญหาการเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อน ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ขณะเดียวกัน ปธน.ไล่ฯ ก็หวังที่จะเห็นทั้งสองฝ่ายกระชับความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้ความยืดหยุ่นทางประชาธิปไตย สามารถเอาชนะการแผ่ขยายอิทธิพลของอำนาจเผด็จการ<br />
&nbsp;<br />
วันยุโรปจัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึง &ldquo;ปฏิญญาชูมาน&rdquo; (Schuman Declaration) เมื่อ 76 ปีก่อน เนื่องจากปฏิญญาข้างต้นถือเป็นรากฐานที่ปูทางไปสู่สันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ พวกเราต่างตระหนักดีว่า สันติภาพมิใช่เรื่องที่ได้มาอย่างง่ายดาย จำเป็นต้องอาศัยความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวในการเปลี่ยนผ่านสันติภาพไปสู่ความรับผิดชอบร่วมกัน จึงจะสามารถสกัดกั้นภัยคุกคามจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนจะเป็นการธำรงรักษาความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้คงอยู่ในภูมิภาคอย่างยั่งยืน<br />
&nbsp;<br />
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนของผู้ประกอบการไต้หวันในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ขยายตัวเพิ่มขึ้น 650% บ่งชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนอันแนบชิด ระหว่างไต้หวัน &ndash; ยุโรป<br />
&nbsp;<br />
ช่องแคบไต้หวันมิใช่เพียงประเด็นระดับภูมิภาค แต่ถือเป็นประเด็นระดับโลก ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ ขอแสดงความขอบคุณต่อรัฐสภายุโรป บรรดาผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนําระดับโลก 7 ประเทศ (G7) และกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ที่แสดงจุดยืนเน้นย้ำความสำคัญของเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงฉันทามติที่ว่า ความมั่นคงของยุโรปและภูมิภาคอินโด &ndash; แปซิฟิก ไม่สามารถแบ่งแยกออกจากกันได้<br />
&nbsp;<br />
ความมั่นคงทางสุขภาพก็ถือเป็นประเด็นที่ไร้กรอบจำกัดทางพรมแดน การประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) ประจำปีนี้ เพิ่งปิดฉากลงในช่วงที่ผ่านมา ปธน.ไล่ฯ จึงขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณต่อกลุ่มประเทศทวีปยุโรปที่ให้การสนับสนุนไต้หวัน เข้ามีส่วนร่วมในองค์การระหว่างประเทศอย่างกระตือรือร้น</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[รมว.หลินเจียหลงเดินทางเยือนเช็กเพื่อเข้าร่วมแสดงปาฐกถาในการประชุมความมั่นคงโลก (GLOBSEC Forum) และเข้าร่วมกิจกรรม “วัฒนธรรมไต้หวันในยุโรป ประจำปี 2026”]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/284150/%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7.%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99]]></link><guid>284150</guid><pubDate>2026/05/25</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 22 พ.ค. 69<br />
&nbsp;<br />
นายหลินเจียหลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน เดินทางเยือนเช็กเกีย ในช่วงระหว่างวันที่ 20 &ndash; 22 พฤษภาคม 2026 อันเป็นการตอบรับคำเชิญเข้าร่วม &ldquo;การประชุมความมั่นคงโลก&rdquo; (GLOBSEC Forum) ที่จัดขึ้น ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม รมว.หลินฯ ได้เข้าร่วมรับฟังสุนทรพจน์เปิดงานของ H.E. Petr Pavel ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเช็ก จากนั้น รมว.หลินฯ ก็ได้เข้าร่วมแสดงปาฐกถา ภายใต้หัวข้อ &ldquo;การนิยามใหม่ของความร่วมมือระหว่างไต้หวันและยุโรป&rdquo; (Redefining the Taiwan-Europe Partnership) โดยรมว.หลินฯ กล่าวว่า ภายใต้บริบทของสถานการณ์ความท้าทายเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความจำเป็นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางความมั่นคงของกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตย ขณะนี้ กลุ่มประเทศในทวีปยุโรปกำลังเร่งผลักดัน &ldquo;การสร้างเสริมกำลังทหาร&rdquo; และ &ldquo;การฟื้นฟูอุตสาหกรรม&rdquo; ควบคู่ไปพร้อมกัน ทั้งนี้ &ldquo;การฟื้นฟูอุตสาหกรรม&rdquo; มิได้หมายความเฉพาะแค่การกู้คืนขีดความสามารถของอุตสาหกรรมรูปแบบดั้งเดิม แต่ยังหมายรวมถึงการสร้างศักยภาพรูปแบบใหม่ โดย &quot;อุตสาหกรรม 5.0&quot; จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมในระยะต่อไป ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรม และเสริมสร้างความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์<br />
&nbsp;<br />
รมว.หลินฯ ชี้ว่า ไต้หวันในฐานะสมาชิกคนสำคัญของระบบห่วงโซ่อุปทานโลกที่ไร้ซึ่งการพึ่งพาจากจีน มีข้อได้เปรียบด้านเซมิคอนดักเตอร์ AI และห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้ จึงถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญของยุโรป ในการพัฒนาอุตสาหกรรม AI และก้าวสู่อาณาจักรสำคัญของ &ldquo;อุตสาหกรรม 5.0&rdquo; ด้วยเหตุนี้ รมว.หลินฯ จึงได้เรียกร้องให้ไต้หวัน &ndash; ยุโรป นิยามและยกระดับความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนแบบทวิภาคี<br />
&nbsp;<br />
ในช่วงท้าย รมว.หลินฯ ยังได้ระบุว่า ระหว่างการแสดงสุนทรพจน์ ปธน. Pavel เน้นย้ำความสำคัญของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของไต้หวัน เพราะฉะนั้น รมว.หลินฯ จึงเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายควรกระชับความร่วมมือกันในการจัดตั้งห่วงโซ่อุปทาน AI และความยืดหยุ่นทางความมั่นคง ทั้งนี้ เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่มีความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรืองและความยั่งยืนสืบไป<br />
&nbsp;<br />
ในช่วงค่ำของวันที่ 21 พ.ค. รมว.หลินฯ ยังได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารเพื่อการประกาศมอบรางวัล ที่จัดขึ้น ณ ปราสาทกรุงปราก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนกับคณะผู้แทนจากนานาประเทศทั่วโลก<br />
&nbsp;<br />
ระหว่างการเดินทางเยือนยุโรปในครั้งนี้ รมว.หลินฯ ยังได้มุ่งผลักดันกิจกรรม &ldquo;วัฒนธรรมไต้หวันในยุโรป ประจำปี 2026&rdquo; ด้วยความกระตือรือร้น โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20 พ.ค. รมว.หลินฯ ได้เดินทางเข้าร่วมรับชมการแสดงของคณะนักแสดง Taipei Puppet Theater ในชื่อชุด &ldquo;Formosa&rdquo; ที่จัดขึ้น ณ หอสมุดกรุงปราก ซึ่งสาระสำคัญของการแสดงชุดนี้คือ การนำเสนอให้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อดั้งเดิมของไต้หวัน อีกทั้งยังเผยให้เห็นเสน่ห์ละครเวทีของไต้หวัน<br />
&nbsp;<br />
ก่อนการเดินทางเยือนเช็กเกีย รมว.หลินฯ ได้เดินทางเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงระหว่างวันที่ 17 &ndash; 19 พฤษภาคม 2026 เพื่อเข้าร่วม &ldquo;นิทรรศการอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์อัจฉริยะไต้หวัน ในช่วงระหว่างการประชุม WHA&rdquo; นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังได้เดินหน้าบรรลุภารกิจ Taiwan can help และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณประโยชน์ทางการแพทย์ให้แก่ประชาคมโลก ตลอดจนเป็นสื่อกลางกระตุ้นให้กองทุนความร่วมมือและการพัฒนาระหว่างประเทศไต้หวัน (Taiwan ICDF) และองค์กรบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ (Malteser International) ร่วมลงนาม &ldquo;หนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือว่าด้วยโครงการส่งมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้แก่ยูเครน&rdquo; ในระหว่างงานนิทรรศการ โดยทั้งสองฝ่ายจะจับมือกันให้ความช่วยเหลือผู้พิการแขนขาชาวยูเครนและครอบครัว ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ไต้หวัน สหรัฐฯ ร่วมจัดการประชุมภายใต้กรอบ GCTF ขึ้น ณ เยอรมนี เพื่อมุ่งเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบการแพทย์ระดับสากลให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/284173/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AF-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A-GCTF-%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%93-%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7]]></link><guid>284173</guid><pubDate>2026/05/25</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 23 พ.ค. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 สำนักงานตัวแทนรัฐบาลไต้หวันประจำเยอรมนีและสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเยอรมนี ร่วมจัดการประชุมสัมมนาภายใต้ &ldquo;กรอบความร่วมมือ Global Cooperation and Training Framework (GCTF)&rdquo; ณ กรุงเบอร์ลิน โดยจัดขึ้นในหัวข้อ &ldquo;มิติความร่วมมือทางสาธารณสุขโลก : ความยืดหยุ่นของระบบการแพทย์&rdquo; โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้ติดต่อเชิญเจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับสูงจากไต้หวัน สหรัฐฯ และเยอรมนี นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนนับร้อยคน เพื่อร่วมเปิดอภิปรายกันในประเด็นการเผชิญหน้ากับวิกฤตเกิดใหม่ และแนวทางการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบการแพทย์โลก ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ<br />
&nbsp;<br />
กิจกรรมภายใต้กรอบ GCTF ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้น ณ เยอรมนี โดยมีนายกู่รุ่ยเซิง ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำเยอรมนี ทำหน้าที่กล่าวปราศรัย และมีนายสือฉงเหลียง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันเข้าร่วมแสดงปาฐกถา นอกจากนี้ ยังได้มีการมุ่งเน้นการอภิปรายในประเด็น &ldquo;AI การแพทย์และนวัตกรรมเทคโนโลยี&rdquo; , &ldquo;ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและรูปแบบความหลากหลาย&rdquo; และ &ldquo;การรับมือในกรณีฉุกเฉินและความยืดหยุ่นของกลไกการแพทย์&rdquo;<br />
&nbsp;<br />
ผู้แทนกู่ฯ กล่าวขณะปราศรัยว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญของการรับมือกับภัยคุกคามทางสาธารณสุขข้ามพรมแดน ในระหว่างสถานการณ์โรคโควิด &ndash; 19 ไต้หวันเผยให้เห็นประสิทธิภาพด้านการบริหารในยุคดิจิทัลและศักยภาพการรับมืออย่างฉับไว ส่งผลให้ระบบการแพทย์ของไต้หวันได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม อันจะเห็นได้จากรายงานผลสำรวจที่ประกาศโดยเว็บไซต์คลังข้อมูล Numbeo จะเห็นได้ว่า ไต้หวันขึ้นครองอันดับ 1 ของโลกในดัชนีการดูแลทางการแพทย์ระดับโลก มาติดต่อกัน 8 ปีซ้อน อีกทั้งยังครองบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์<br />
&nbsp;<br />
รมช.สือฯ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การป้องกันโรคระบาดด้วยเทคโนโลยีของไต้หวัน ผ่านหัวข้อ &ldquo;อนาคตของการดูแลสุขภาพระดับโลก : จัดตั้งกลไกสุขภาพดิจิทัลที่ยึดหลักความเชื่อมั่นเป็นพื้นฐาน&rdquo;โดยรมช.สือฯ ระบุว่า ไต้หวันจะเดินหน้าจับมือกับประเทศพันธมิตร ผลักดันระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System, HIS) เพื่ออุทิศคุณประโยชน์แก่ประชาคมโลกอย่างกระตือรือร้น<br />
&nbsp;<br />
Mr. Alan Meltzer รักษาการผู้อำนวยการสหรัฐฯ ประจำเยอรมนี กล่าวขณะปราศรัยว่า GCTF มุ่งมั่นเชื่อมโยงหุ้นส่วนที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกันและหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเผชิญหน้ากับความท้าทายระดับสากล ตลอดจนเน้นย้ำว่า การเสริมสร้างความร่วมมือแบบพหุภาคีจะมีส่วนช่วยสรรสร้างอนาคตที่มีความมั่นคงและความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ปธน.ไล่ชิงเต๋อ กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวาระโอกาสครบรอบ 2 ปีของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/284095/%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%99.%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%AD-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A-2-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87]]></link><guid>284095</guid><pubDate>2026/05/21</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 20 พ.ค. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวาระโอกาสครบรอบ 2 ปีของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่พลิกผัน ไต้หวันยังคงยืนหยัดใน &ldquo;การธำรงรักษาวิถีชีวิตรูปแบบประชาธิปไตยและเสรีภาพ&rdquo; , &ldquo;การปกป้องสถานภาพเดิมในปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ&rdquo; รวมถึง &ldquo;การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อสร้างไต้หวันที่เข้มแข็ง มีความสามารถในการแข่งขันและมุ่งเน้นการดูแลภาคประชาชนอย่างทั่วถึง&rdquo; พร้อมกันนี้ ปธน.ไล่ฯ ยังได้ชี้แจงว่า รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันการปฏิรูปกลาโหม ขยายการลงทุนทางสังคม ยกระดับอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการยื่นเสนอแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติสำหรับภาคประชาชน สร้างความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน ตลอดจนเดินหน้าผลักดันนโยบายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น ไต้หวันสุขภาพดี และความยืดหยุ่นทางสังคม<br />
&nbsp;<br />
ปธน.ไล่ฯ แถลงว่า &ldquo;ศักยภาพของไต้หวันมิได้อยู่ที่จำนวนประชากร แต่อยู่ที่เจตจำนงเสรีของภาคประชาชน ; มิได้อยู่ที่ชื่อเสียงเรียงนาม แต่อยู่ที่ความชัดเจนต่อคุณค่า ; มิได้อยู่ที่ขนาดของพื้นที่ประเทศ แต่อยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ว่า เราไม่เคยละทิ้งทิศทางการพัฒนาของพวกเรา&rdquo; พร้อมกันนี้ ปธน.ไล่ฯ ยังเน้นย้ำว่า ในอนาคต ไต้หวันจะยังคงประสานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ปกป้องไว้ซึ่งประชาธิปไตย แสวงหาสันติภาพและสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืนสืบไป<br />
&nbsp;<br />
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา พวกเรายืนหยัดในภารกิจ 3 มิติหลัก ดังนี้ :<br />
ประการแรก : การธำรงรักษาวิถีชีวิตรูปแบบประชาธิปไตยและเสรีภาพ<br />
อนาคตของไต้หวันควรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกันของประชาชนชาวไต้หวัน 23 ล้านคน ไม่ควรขึ้นอยู่กับอิทธิพลจากประเทศภายนอก โดยปธน.ไล่ฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากประเทศภายนอก พรรคการเมืองในประเทศยิ่งจำเป็นต้องยืนหยัดในค่านิยมเดียวกัน ด้วยการเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างมั่นคง<br />
&nbsp;<br />
ประการที่สอง : การปกป้องสถานภาพเดิมในปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ<br />
การธำรงรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวัน สกัดกั้นอิทธิพลภายนอกที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงสถานภาพเดิมในช่องแคบไต้หวัน ถือเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติของไต้หวัน ไต้หวันเป็นสมาชิกประชาคมโลกที่มีความรับผิดชอบ พวกเรายินดีที่จะเปิดการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นระบบกับจีน ภายใต้พื้นฐานหลักการความเท่าเทียมและสมศักดิ์ศรี<br />
&nbsp;<br />
การเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงในไต้หวัน ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ประชาชนชาวไต้หวันได้แสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า พวกเราหวงแหนสันติภาพ และจะไม่ยอมสละซึ่งเสรีภาพ ; พวกเรายินดีเปิดการเสวนา แต่จะไม่ยอมถูกดูหมิ่น ; พวกเราแสวงหาเสถียรภาพ และจะไม่ยอมเสียสละอธิปไตยและวิถีชีวิตรูปแบบประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้คือจุดยืนที่ชัดเจนของไต้หวัน<br />
&nbsp;<br />
ด้วยเหตุนี้ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจึงได้มุ่งผลักดันการปฏิรูปกลาโหม เสริมสร้างแสนยานุภาพที่ไร้สมมาตร ควบคู่ไปกับการยกระดับความยืดหยุ่นในการปกป้องประเทศชาติโดยประชาชน ตลอดจนจัดตั้งเครือข่ายความมั่นคงของดินแดนที่ครอบคลุมสมบูรณ์ โดยพวกเราได้ปรับเพิ่มการลงทุนทางกลาโหม เพื่อต้องการหลีกเลี่ยงสงคราม มิใช่เพื่อการยั่วยุ พวกเรามุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพกลาโหมด้วยการพึ่งพาตนเอง มิใช่เพื่อการทวีเพิ่มความขัดแย้ง แต่เพื่อปกป้องประชาชน พวกเราประสานความร่วมมือกับกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน มิใช่เพื่อต้องการต่อกรกับผู้ใด แต่เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน และภูมิภาคอินโด &ndash; แปซิฟิก<br />
&nbsp;<br />
ประการสุดท้าย : การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อสร้างไต้หวันที่เข้มแข็ง มีความสามารถในการแข่งขันและมุ่งเน้นการดูแลของภาคประชาชน<br />
&nbsp;<br />
ความเจริญรุ่งเรืองถือเป็นความคาดหวังร่วมกันของภาคประชาชน ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา พวกเราเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ จึงได้ทำการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนอย่างกระตือรือร้น ส่งเสริมนวัตกรรมอุตสาหกรรม และยกระดับเพื่อการเปลี่ยนผ่าน ควบคู่ไปกับการผลักดันยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ ที่ตั้งอยู่บนหลักการ &ldquo;วางรากฐานในไต้หวัน ต่อยอดไปสู่เวทีโลก และประชาสัมพันธ์สู่ตลาดนานาชาติ&rdquo;<br />
&nbsp;<br />
ไต้หวันไม่เพียงแต่เป็นฐานการผลิต แต่ยังเป็นฐานนวัตกรรมที่โดดเด่น ไต้หวันไม่เพียงแต่จะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังถือเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ในระบบห่วงโซ่อุปทานทางเทคโนโลยีรูปแบบประชาธิปไตย ในปีที่แล้ว อัตราการขยายตัวของ GDP ไต้หวันสูงถึง 8.68% ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไต้หวัน ก็ได้ปรับสู่ตัวเลข 1.6% ต่อปี ประกอบกับสถานการณ์การจ้างงานที่ดีที่สุดในรอบ 15 ปี<br />
&nbsp;<br />
ในเร็วๆ นี้ ปธน.ไล่ฯ จะยื่นเสนอโครงการมูลค่าแสนล้านเหรียญ เพื่อเร่งการยกระดับการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้การพัฒนาประเทศชาติแผ่ขยายครอบคลุมไปสู่อุตสาหกรรมทุกแขนงสาขา และครอบคลุมไปสู่ทุกครัวเรือน<br />
&nbsp;<br />
ไต้หวันจะเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างกล้าหาญ รวมถึงความท้าทายรูปแบบใหม่ด้านการดูแลทางการแพทย์และความมั่นคงทางสังคม บนเส้นทางแห่งการบรรลุเป้าหมายไต้หวันสุขภาพดี รัฐบาลจะอัดฉีดงบประมาณเพื่อการดูแลสุขภาพ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ เสริมสร้างความเชี่ยวชาญของบุคลากรการแพทย์ และส่งเสริมการแพทย์อัจฉริยะ เนื่องจากความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพและความยืดหยุ่นทางการแพทย์ ต่างก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในปัจจัยความยืดหยุ่นแห่งชาติ<br />
&nbsp;<br />
เมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตสังคมเด็กเกิดน้อย หลายปีมานี้ รัฐบาลได้ยื่นเสนอแผนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อการรับมือ โดยจะอัดฉีดเงินสนับสนุนเพื่อช่วยเลี้ยงดูบุตรธิดา วัย 0 &ndash; 18 ปี เดือนละ 5,000 ต่อบุคคล<br />
&nbsp;<br />
ในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พวกเราจะเดินหน้าภารกิจการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะเดินหน้าผลักดันความยืดหยุ่นทางสังคมอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกันภัยพิบัติ , การกู้ภัย , ความมั่นคงทางไซเบอร์ , คมนาคม , พลังงาน , การเงิน , เสบียงอาหาร , การแพทย์ , การเกื้อกูลกันทางสังคมและการฝึกอบรมป้องกันสาธารณภัยโดยภาคประชาชน ซึ่งทุกปัจจัยล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติ &nbsp;<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ไต้หวัน – GCHR ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนและการแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติ]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/284039/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E2%80%93-GCHR-%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA]]></link><guid>284039</guid><pubDate>2026/05/19</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">สภาบริหาร วันที่ 18 พ.ค. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 สภาบริหารไต้หวันจัด &ldquo;การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือนานาชาติด้านการศึกษาสิทธิมนุษยชน&rdquo; โดยได้ติดต่อเชิญ Dr. Manfred Nowak เลขาธิการ Global Campus of Human Rights (GCHR) หรือเครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ร่วมมือกันจัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชน เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการและตัวแทนสถาบันอุดมศึกษาภายในประเทศหลายแห่งเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนทิศทางความร่วมมือด้านการศึกษาขั้นสูงและเครือข่ายการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนนานาชาติ โดยระหว่างการประชุม นางหลี่อวี้เจวียน อธิบดีกรมประสานงานระหว่างประเทศและการศึกษาสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน และ Dr. Nowak ทำหน้าที่เป็นตัวแทนลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือด้านการศึกษาสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติที่ผลักดันโดยไต้หวัน ได้ก้าวเข้าสู่บริบทหน้าใหม่แล้ว<br />
&nbsp;<br />
GCHR ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานการศึกษาสิทธิมนุษยชนทั่วโลกมาเป็นระยะเวลานาน ควบคู่ไปกับการมุ่งวิจัยด้านสิทธิมนุษยชน และแลกเปลี่ยนกันข้ามพรมแดน ถือเป็นเครือข่ายการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญระดับสากล หลายปีมานี้ ไต้หวันยังคงมุ่งผลักดันแผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการประเมินประสิทธิภาพการฝึกอบรมการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน และกลไกการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนขยายขอบเขตความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระตือรือร้น การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกันในครั้งนี้ นอกจากจะมีส่วนช่วยจัดตั้งช่องทางการแลกเปลี่ยนที่มีระบบ ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในประเทศ GCHR และเครือข่ายในระดับภูมิภาคแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่ คณาจารย์และนักวิจัยเข้ามีส่วนร่วมในโครงการความร่วมมือและหลักสูตรการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน<br />
&nbsp;<br />
นายหลินหมิงซิน รัฐมนตรีประจำสภาบริหาร กล่าวว่า การศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชนของสังคมประชาธิปไตย การปลูกฝังวัฒนธรรมด้านสิทธิมนุษยชนจำเป็นต้องพึ่งพาระบบการศึกษา เครือข่ายบุคลากรวิชาการและสังคมพลเมือง โดยไต้หวันได้สั่งสมศักยภาพด้านต่างๆ ในรั้วสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ในอนาคต สภาบริหารจะจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการและสถาบันอุดมศึกษา เพื่อช่วยให้ระบบการศึกษาขั้นสูงในไต้หวัน เชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่าย GCHR ได้อย่างไร้รอยต่อ อันจะเป็นการบ่มเพาะบุคลากรด้านสิทธิมนุษยชนที่เปี่ยมวิสัยทัศน์และมีความสามารถในเชิงปฏิบัติ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้ประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนได้รับการมองเห็นในประชาคมโลก<br />
&nbsp;<br />
Dr. Nowak กล่าวว่า ในปัจจุบัน ประชาคมโลกต้องเผชิญหน้ากับการถดถอยของประชาธิปไตย ความแตกแยกทางสังคมที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และความท้าทายต่อระเบียบระหว่างประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสันติภาพ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง สิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ การให้ความรู้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติตามค่านิยมด้านสิทธิมนุษยชนสากล จึงมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย Dr. Nowak ยินดีที่จะเห็นรัฐบาลและสถาบันการศึกษาในไต้หวัน ร่วมกันผลักดันการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างแวดวงวิชาการในไต้หวันและ GCHR โดยในอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะยังคงเดินหน้าอภิปรายทิศทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พื้นฐานที่มีอยู่เดิม เพื่อกระตุ้นให้เกิดโอกาสการแลกเปลี่ยนที่เพิ่มพูนมากขึ้น ระหว่างสถาบันอุดมศึกษา นักศึกษาและนักวิจัย<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Copenhagen Democracy Summit]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283904/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-Copenhagen-Democracy-Summit]]></link><guid>283904</guid><pubDate>2026/05/13</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part"><p>ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 12 พฤษภาคม 2569<br />
<br />
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้รับคำเชิญจาก มูลนิธิพันธมิตรแห่งประชาธิปไตย (<strong>Alliance of Democracies Foundation, AoD</strong>) ของประเทศเดนมาร์ก ให้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ในระหว่างการประชุม &ldquo;Copenhagen Democracy Summit&rdquo; (<strong>CDS</strong>) ครั้งที่ 9<br />
<br />
ประธานาธิบดีไล่ฯ ชี้ว่า ท่ามกลางการแผ่ขยายอิทธิพลของระบอบอำนาจนิยม ไม่มีประเทศประชาธิปไตยประเทศใดจะสามารถอยู่นิ่งเฉยหรือแยกตัวออกไปได้ มีเพียงการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวของค่ายประชาธิปไตยทั่วโลกเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างแนวป้องกันที่แข็งแกร่งเพื่อโลกที่เสรีได้<br />
<br />
ประธานาธิบดีเน้นย้ำว่า ไต้หวัน เป็นรัฐอธิปไตยที่เป็นอิสระ ประชาชนไต้หวันมีสิทธิที่จะก้าวสู่เวทีโลกและมีศักยภาพที่จะอุทิศตนเพื่อสังคมโลก อุปสรรคใดๆ ที่มีเป้าหมายในการโดดเดี่ยวไต้หวัน จะไม่อาจสั่นคลอนความมุ่งมั่นของเราในการมีส่วนร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ ไต้หวันจะยังคงเป็นพลังแห่งความดีงามและส่องประกายในเวทีโลกสืบไป<br />
<br />
<strong>เนื้อหาโดยสรุปของสุนทรพจน์มีดังนี้:</strong><br />
<br />
ก่อนอื่น ข้าพเจ้าขอขอบคุณประธาน แอนเดอร์ส โฟก ราสมุสเซน (<strong>Anders Fogh Rasmussen </strong>สำหรับคำเชิญอีกครั้ง ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าได้เป็นตัวแทนของชาวไต้หวันเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เพื่อยืนหยัดเคียงข้างมิตรสหายผู้ศรัทธาในคุณค่าแห่งเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย<br />
<br />
ปัจจุบัน โลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของการต่อสู้ระหว่างระบอบประชาธิปไตยและอำนาจนิยม ตั้งแต่ยุโรป ตะวันออกกลาง ไปจนถึงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ฝ่ายอำนาจนิยมยังคงรวมตัวกันและสร้างความท้าทายอย่างรุนแรงต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาประชาธิปไตยของโลก ผ่านการข่มขู่ทางทหาร การกดดันทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ และปฏิบัติการในพื้นที่สีเทา<br />
<br />
ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นเกาะในห่วงโซ่ที่หนึ่ง และยืนหยัดอยู่บนแนวหน้าของปราการแห่งประชาธิปไตย เรายินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในการรับมือกับอิทธิพลของอำนาจนิยมต่อนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ที่ประชุมให้ความสนใจ ทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการป้องกันประเทศ การปกป้องการค้าเสรีของโลก หรือการพัฒนาเทคโนโลยีที่สนับสนุนประชาธิปไตย ไต้หวันมีความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนเพื่อโลก<br />
<br />
นอกจากการยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคแล้ว เรายังจะร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันตนเองของสังคมในทุกมิติ<br />
<br />
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI ของไต้หวันซึ่งก้าวหน้าเป็นอันดับต้นๆ ของโลก คือผลลัพธ์ของความไว้วางใจและความร่วมมืออันยาวนานระหว่างเรากับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป และพันธมิตรประชาธิปไตยอื่นๆ ในอนาคต ไต้หวันจะยังคงใช้ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่น่าเชื่อถือและยืดหยุ่น เพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของเศรษฐกิจโลก<br />
<br />
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า &quot;ไต้หวันที่มีความเป็นประชาธิปไตยและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น&quot; มิใช่เป็นเพียงอุดมคติของชาวไต้หวันเท่านั้น แต่ยังเป็นความคาดหวังของสังคมโลกด้วย ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความนับถือและขอบคุณพันธมิตรแห่งประชาธิปไตยทุกท่านที่ยังคงเลือกสนับสนุนไต้หวันภายใต้สภาวะที่มีความกดดันสูง<br />
<br />
ประชาธิปไตยคือสิ่งที่เชื่อมโยงไต้หวันเข้ากับทั่วโลก และเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่าที่สุดของไต้หวัน ประชาชนของเราทราบดีว่าประชาธิปไตยนั้นไม่ได้มาโดยง่าย ปีนี้ครบรอบ 30 ปีของการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงของไต้หวัน เมื่อ 30 ปีก่อน ชาวไต้หวันผ่านการเลือกตั้งครั้งแรกมาได้โดยไม่หวั่นเกรงต่อภัยคุกคามจากขีปนาวุธของจีน ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เราได้รุดหน้าพัฒนาประชาธิปไตย ผลักดันความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน คุ้มครองสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และคุณค่าที่หลากหลาย จนทำให้ไต้หวันกลายเป็นประภาคารแห่งประชาธิปไตยที่สำคัญในเอเชีย<br />
<br />
ข้าพเจ้าเชื่อว่า เส้นทางแห่งประชาธิปไตยอาจต้องเผชิญกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากบ้าง แต่ความสามัคคีระหว่างประเทศประชาธิปไตยจะยิ่งมั่นคงขึ้น ตราบใดที่เรายืนหยัดร่วมกัน แสงแห่งเสรีภาพจะไม่มีวันดับสูญ ขอให้พวกเรามาร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย เพื่อส่งต่อโลกที่เสรี เปิดกว้าง สงบสุข และมั่งคั่งให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป</p>
</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[นายกฯ จั๋วหรงไท่ ร่วมพิธีเปิดการประชุมพิจารณารายงานระดับชาติฉบับที่ 4 ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 2 ฉบับ เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในไต้หวัน]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283905/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AF-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B9%8B%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B9%88-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8A]]></link><guid>283905</guid><pubDate>2026/05/13</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part"><p>สภาบริหาร วันที่ 11 พฤษภาคม 2569<br />
<br />
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี จั๋วหรงไท่ ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมพิจารณารายงานระดับชาติฉบับที่ 4 ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 2 ฉบับ โดยได้กล่าวแสดงความขอบคุณคณะผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการที่เดินทางไกลเพื่อมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เพื่อเปิดบทสนทนาเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคมของไต้หวัน การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงเป็นการตรวจสอบและปรับปรุงระบบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของไต้หวันให้ดียิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนของไต้หวัน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาระบบและนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของเราให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น<br />
<br />
นายกรัฐมนตรีจั๋วฯ ระบุว่า เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงปี 2020 ถึง 2024 ซึ่งเป็นวาระของรายงานระดับชาติฉบับที่ 4 นี้ รัฐบาลได้มุ่งมั่นเสริมสร้างระบบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในหลากหลายมิติ พร้อมทั้งพัฒนากลไกการตรวจสอบให้มีความสมบูรณ์ โดยในด้านโครงสร้างระบบ ปี 2020 สภาควบคุมได้จัดตั้ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่สอดคล้องตามหลักการปารีส เพื่อเสริมสร้างบทบาทการตรวจสอบที่เป็นอิสระ ขณะที่สภาบริหารก็ได้จัดตั้งสำนักสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านขึ้นในปี 2022 เพื่อทำหน้าที่ประสานงานภารกิจด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างกระทรวงต่างๆ<br />
<br />
ในด้านนโยบาย นายกรัฐมนตรีจั๋วฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวรัฐบาลได้ทยอยผลักดัน แผนปฏิบัติการระดับชาติด้านสิทธิมนุษยชน และแผนปฏิบัติการด้านประมงและสิทธิมนุษยชน รวมถึงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในทุกภาคส่วน<br />
<br />
สำหรับด้านกฎหมาย ได้มีการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรมด้านความรุนแรงทางเพศ รวมถึงการผ่านร่างกฎหมายสุขภาพกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง และกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ในขณะเดียวกัน หลังจากประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เข้ารับตำแหน่ง ท่านได้กำชับให้สภาบริหารผลักดันการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสภาบริหารได้นำเสนอกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยเยาวชน เพื่อส่งเสริมแนวคิดแบบ &quot;เยาวชนกระแสหลัก&quot; เพื่อรับประกันสิทธิต่างๆ ของคนรุ่นใหม่ในการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ<br />
<br />
ในส่วนของ การปรับปรุงองค์กรภาครัฐ นายกรัฐมนตรีจั๋วฯชี้ให้เห็นว่า สภาบริหารได้จัดตั้งกระทรวงการกีฬา ขึ้นในปีที่ผ่านมา (2025) เพื่อยกระดับความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนในวงการกีฬาให้สูงขึ้น<br />
<br />
ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีจั๋วฯ ชี้ด้วยว่า ในปีที่ผ่านมาสภาบริหารได้นำเสนอแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อป้องกันความรุนแรงทางเพศ (ปี 2025-2027) ฉบับแรกของไต้หวัน โดยบรรจุเรื่องการป้องกันความรุนแรงทางเพศไว้ในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศโดยรวม เพื่อสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมทางเพศ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการดำเนินการของไต้หวันในฐานะประเทศประชาธิปไตย ที่จะเชื่อมโยงกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ไต้หวันยังได้รับคะแนนเสรีภาพโลกจากองค์กร Freedom House เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้สูงถึง 93 คะแนน สูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย โดยเป็นรองเพียงญี่ปุ่นเท่านั้น</p>
</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[รมว.ต่างประเทศ และ รมว.สาธารณสุขฯ ไต้หวัน ร่วมแถลงข่าวการผลักดันเข้าร่วม WHA และ “นิทรรศการเทคโนโลยีการแพทย์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมสุขภาพไต้หวัน” เพื่อแสดงศักยภาพอันแข็งแกร่งของทีมสาธารณสุขและการแพทย์ไต้หวันต่อประชาคมโลก]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283874/%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7.%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%AF-%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B1]]></link><guid>283874</guid><pubDate>2026/05/12</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part"><p>กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 11 พ.ค. 69<br />
<br />
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายหลินเจียหลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายสือฉงเหลียงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว ณ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงแผนการผลักดันการเข้าร่วม การประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) ประจำปี 2569 รวมถึงการที่กระทรวงการต่างประเทศมีแผนจะจัด &ldquo;นิทรรศการเทคโนโลยีการแพทย์อัจฉริยะและเทคโนโลยีสุขภาพไต้หวัน&rdquo; (Taiwan Smart Medical &amp; HealthTech Expo) ขึ้นเป็นครั้งแรก ที่นครเจนีวา โดยเชิญตัวแทนจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำและภาคธุรกิจกว่า 30 แห่งของไต้หวันเข้าร่วม เพื่อเป็นการแสดงให้โลกเห็นถึงความสำเร็จของไต้หวันในการนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุข ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งการร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนภารกิจทางการทูต ผ่าน &ldquo;ทีมสาธารณสุขและการแพทย์ไต้หวัน&rdquo; ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของไต้หวัน<br />
<br />
รมว.หลินฯ กล่าวขณะปราศรัยในงานแถลงข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ จะยังคงผลักดันการเข้าร่วม WHA อย่างต่อเนื่อง แม้ปีนี้ไต้หวันจะยังไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม แต่ฝ่ายไต้หวันได้ใช้แนวทางใหม่ โดยจะจัด &ldquo;นิทรรศการเทคโนโลยีการแพทย์อัจฉริยะและเทคโนโลยีสุขภาพไต้หวันในช่วงการประชุม WHA&rdquo; ขึ้นเป็นครั้งแรก ที่นครเจนีวา เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณ &ldquo;ไต้หวันร่วมแรงร่วมใจ&rdquo; ภายใต้หัวข้อ &ldquo;WHO Cares? TAIWAN Cares!&rdquo; และแนวคิด &ldquo;Chip in with Taiwan&rdquo; เป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านชิปและเทคโนโลยี AI ของไต้หวันที่อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก พร้อมทั้งนำเสนอให้ประชาคมโลกเห็นว่า &ldquo;Taiwan can help&rdquo; หรือ &ldquo;ไต้หวันช่วยได้&rdquo;<br />
<br />
รมว.หลินฯ ชี้ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งเสริมแนวคิด &ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&rdquo; (leaving no one behind) แต่กลับกีดกันไต้หวันออกจากการมีส่วนร่วมมาเป็นเวลานาน ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อทั้งโลก แม้ไต้หวันจะไม่สามารถเข้าร่วม WHO และ WHA ได้ แต่ไต้หวันยังคงมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผ่านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทางการแพทย์ การออกหน่วยรักษาพยาบาลฟรี และโครงการ &ldquo;หนึ่งประเทศ หนึ่งศูนย์&rdquo; ภายใต้นโยบายมุ่งใต้ใหม่<br />
<br />
กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการยังได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จัดตั้ง &ldquo;คณะที่ปรึกษาด้านการทูตสาธารณสุขและการแพทย์&rdquo; เพื่อผลักดันแนวคิด &ldquo;ใช้การแพทย์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม&rdquo; ให้เป็นรูปธรรมในระดับนโยบายของชาติ<br />
<br />
ในขณะที่ นายสือฉงเหลียง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ กล่าวในการปราศรัยว่า การ WHA ครั้งที่ 79 กำลังจะเปิดฉากขึ้น แต่ WHO ยังคงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางการเมือง จนไม่ได้เชิญไต้หวันเข้าร่วมการประชุม WHA ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการรู้สึกเสียใจและไม่พอใจอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม สุขภาพเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและเป็นค่านิยมสากล ไต้หวันจะยังคงยึดมั่นในหลักการ ความเป็นมืออาชีพ การปฏิบัติจริง และการมีส่วนร่วมสร้างคุณประโยชน์ พร้อมสื่อสารต่อประชาคมโลกอย่างแข็งขัน ถึงความชอบธรรมและความจำเป็นที่ไต้หวันควรมีส่วนร่วมในระบบสาธารณสุขโลก<br />
<br />
รมว.สือฯ ยังกล่าวขอบคุณประเทศพันธมิตรและองค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศ ที่ยังคงสนับสนุนการเข้าร่วม WHA ของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องต่อ WHO อย่างหนักแน่นว่า อย่าปล่อยให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงจนกระทบต่อสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนไต้หวันจำนวน 23.5 ล้านคน และขอให้ WHO รับฟังข้อเรียกร้องร่วมกันของนานาประเทศและองค์กรสาธารณสุขระหว่างประเทศ สนับสนุนให้ไต้หวันเข้าร่วม WHA และมีส่วนร่วมใน WHO อย่างเป็นปกติ เพื่อให้ไต้หวันและประชาคมโลกร่วมกันบรรลุหัวข้อหลักของ WHA ปีนี้ คือ &ldquo;ร่วมกันปรับโฉมสุขภาพโลก : ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน&rdquo; (Reshaping Global Health: A Shared Responsibility)</p>
</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[รองปธน. สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เข้าร่วมกิจกรรม “วันรำลึกเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สากล” ประจำปี 2026]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283600/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%99.-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-%28%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%29-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E2%80%9C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81]]></link><guid>283600</guid><pubDate>2026/04/30</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 29 เม.ย. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 เมษายน รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉินได้เข้าร่วมกิจกรรม &ldquo;วันรำลึกเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สากล&rdquo; ประจำปี 2026 พร้อมกล่าวว่า มีเพียงการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและพลังแห่งความดี จึงจะสามารถยับยั้งมิให้เงาของอำนาจเผด็จการกลับมาปกคลุมได้อีกครั้ง ไต้หวันในฐานะพลังแห่งความดีของโลกใบนี้ จะยังคงเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรนานาชาติ เพื่อสร้างคุณูปการด้านมนุษยธรรมให้แก่ประชาคมโลก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ความเมตตา เหตุผลและความเห็นอกเห็นใจ เชื่อมโยงช่องว่างความแตกต่าง และสร้างโลกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ สันติสุขและความหวังให้สำหรับคนรุ่นหลังต่อไป<br />
&nbsp;<br />
รองปธน.เซียวฯ กล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษ โดยเริ่มจากการแสดงความขอบคุณต่อสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอิสราเอลประจำกรุงไทเป , สถาบันเยอรมันในไต้หวัน , มูลนิธิเพื่อประชาธิปไตยในไต้หวันและกระทรวงการต่างประเทศ ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่มีนัยยะสำคัญครั้งนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญนี้ ไม่ถูกลืมเลือนไปจากผู้คนทั่วโลก พร้อมกันนี้ รองปธน.เซียวฯ ยังกล่าวว่า การมารวมตัวกันในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการรำลึกถึงเหยื่อที่ประสบภัยจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเพื่อให้การสนับสนุนผู้รอดชีวิต ตลอดจนเป็นการยกย่องวีรบุรุษผู้เสียสละที่ยอมเสี่ยงชีวิต เพื่อยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตอาสา พร้อมทั้งขอแสดงความอาลัยและความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อทุกคนที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น<br />
&nbsp;<br />
รองปธน.เซียวฯ ระบุว่า เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวได้สร้างรอยแผลที่ยากจะลบเลือนไว้ในจิตใต้สำนึกร่วมกันของมวลมนุษยชาติ นอกจากเหยื่อชาวยิว จำนวน 6 ล้านคนแล้ว ยังมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอีกหลายล้านคน ที่ต้องเผชิญและทนทุกข์ทรมาณจากการกดขี่ข่มเหง ซึ่งประวัติศาสตร์ในครั้งนั้นเป็นการย้ำเตือนให้พวกเราตระหนักว่า มีเพียงการยึดมั่นในประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนเท่านั้น ที่จะสามารถยับยั้งมิให้เงาของอำนาจเผด็จการ กลับมาปกคลุมได้อย่างแท้จริง<br />
&nbsp;<br />
รองปธน.เซียวฯ กล่าวว่า กระบวนการพัฒนาในหวัน ได้รับผลกระทบอย่างลึกซึ้งจากการปกครองรูปแบบอำนาจนิยม เมื่อย้อนมองเหตุโศกนาฏกรรม 28 กุมภาพันธ์ และเหตุการณ์ความน่าสะพรึงกลัวสีขาว (White Terror) พวกเราต่างตระหนักเห็นถึงความสำคัญของการปกป้องเสรีภาพ และการพิจารณาทบทวนรากฐานทางสังคม โดยไต้หวันจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะมุ่งมั่นรักษาไว้ซึ่งข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังจะผลักดันธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนเปลี่ยนผ่านความโหดร้ายในอดีต ให้กลายเป็นโอกาสในการปลุกจิตสำนึกของสาธารณชน ผ่านการร่วมรำลึกสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนเจ็บปวด และการจัดตั้งอนุสรณ์สถาน<br />
&nbsp;<br />
ในฐานะที่ไต้หวันเป็นพลังแห่งความดีของโลกใบนี้ พวกเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะขจัดซึ่งความเกลียดชังและอคติทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการแสวงหาโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม กิจกรรมการส่งเสริมศึกษาเพื่อส่วนรวม หรือการส่งเสริมการพูดคุยเสวนาเกี่ยวกับค่านิยมเดียวกัน<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เข้าร่วมพิธีประกาศมอบรางวัล Presidential Innovation Award ครั้งที่ 7]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283572/%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%99.%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%AD-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5-Presidential-Innovation-Awar]]></link><guid>283572</guid><pubDate>2026/04/29</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 28 เม.ย. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้เข้าร่วมพิธีประกาศมอบรางวัล Presidential Innovation Award เพื่อให้การยอมรับต่อผู้ที่ได้รับรางวัล 5 ท่านที่ได้ประยุกต์ใช้นวัตกรรมตอบสนองต่อความท้าทายแห่งยุคสมัย และเป็นการอัดฉีดขีดความสามารถของการพัฒนาประเทศชาติ โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งรางวัลข้างต้นนี้ ก็เพื่อต้องการส่งเสริมให้ทุกแวดวงในภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการและการวิจัย อาศัยแนวคิดเชิงนวัตกรรมตอบสนองต่อความท้าทายของยุคสมัย ซึ่งรางวัลนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการยกย่องแนวทางและการค้นพบสิ่งใหม่แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์กว้างไกลและจิตวิญญาณความกล้าหาญที่ไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคและบททดสอบของไต้หวัน ก้าวสู่ต้นแบบใหม่ทางนวัตกรรม<br />
&nbsp;<br />
เริ่มต้น ปธน.ไล่ฯ ขอแสดงความยินดีกับบริษัท Realtek Semiconductor Corp. ซึ่งเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ บริษัท Realtek ในฐานะบริษัทออกแบบวงจรรวม (IC) ที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาตั้งแต่ระบบ AIoT ไปจนถึงยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่จะกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านระดับสูงของภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นการรักษาเสถียรภาพบทบาทผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ที่ไม่สามารถมีใครมาทดแทนได้<br />
&nbsp;<br />
ไต้หวันนอกเหนือจากจะมีความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมแผ่นชิปแล้ว สิ่งที่สวยงามไม่แพ้กันคือประชาชนชาวไต้หวัน พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้มิตรสหายจากทั่วโลกที่เข้ามาประกอบอาชีพในไต้หวัน สัมผัสได้ถึงไมตรีจิตอันแสนอบอุ่นของประชาชนชาวไต้หวัน ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ จึงขอชื่นชมบรรดาเยาวชนที่รวมกลุ่มกันในชื่อ &ldquo;One-Forty&rdquo; ที่ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับแรงงานต่างชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับกลุ่มแรงงานต่างชาติที่พำนักอยู่ในไต้หวัน จำนวนกว่าแสนคน ควบคู่ไปกับการสรรสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรในสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจ และสวมบทบาทเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างสังคมไต้หวันและแรงงานต่างชาติ เพื่อส่งเสริมให้ไต้หวันมีความงดงามมากยิ่งขึ้น<br />
&nbsp;<br />
นวัตกรรมไม่เพียงแต่หมายถึงการก้าวไปสู่เส้นทางอนาคตเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการย้อนพิจารณารากเหง้าของตนเอง ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ ขอแสดงความนับถือสูงสุดต่อนางเซียวจวี๋เจิน ผู้กำกับชาวไต้หวัน ที่ทุ่มเทถ่ายทำสารคดีเพื่อบันทึกเส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ผู้กำกับเซียวฯ ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นสำคัญ อาทิเช่น &ldquo;A Chip Odyssey&quot; และ &ldquo;The Red Leaf Legend&quot; โดยใช้ภาษาภาพยนตร์และความใส่ใจต่อมิติเชิงมนุษยศาสตร์ บันทึกรายละเอียดเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสะท้อนให้เห็นจิตวิญญาณของชาวไต้หวันอย่างละเอียดลึกซึ้ง เพื่อสร้างความทรงจำทางวัฒนธรรมระดับชาติให้แก่คนรุ่นหลัง ได้รับทราบถึงกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมของไต้หวัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน<br />
&nbsp;<br />
ปธน.ไล่ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าประเทศชาติจะมีการพัฒนาที่รุดหน้า หรือเกิดความก้าวหน้าทางสังคมมากเพียงใด สุขภาพของประชาชนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ จึงขอให้การยกย่องศาสตราจารย์หวังหรงเต๋อ บุคคลสำคัญในวงการอาชีวเวชศาสตร์ ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับการวิจัยโรคจากการทำงานมาอย่างยาวนาน และสร้างคุณูปการที่สำคัญยิ่งต่อสาขาวิชาอาชีวเวชศาสตร์ , ความปลอดภัยในการทำงาน , นโยบายด้านหลักประกันสุขภาพ และกิจการสาธารณสุข<br />
&nbsp;<br />
ในกลุ่มเยาวชน ปธน.ไล่ฯ ขอแสดงความยินดีและให้การยอมรับต่อนายอู๋จวินเสี้ยว ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Datayoo ที่มีความมุ่งมั่นและยึดมั่นในพันธกิจของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ที่นำพาทีมงานพัฒนา &ldquo;ระบบตรวจสอบดินและพืชผล ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์&rdquo; โดยใช้การวิเคราะห์สเปกตรัมจากดาวเทียมและกระบวนการอัลกอริทึม เพื่อช่วยส่งเสริมให้การเกษตรอัจฉริยะของไต้หวัน มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังถ่ายทอดประสบการณ์ของไต้หวันไปสู่ 32 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จด้านการทูตที่ผสานระหว่างการเกษตรและเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว<br />
&nbsp;<br />
ในช่วงท้าย ปธน.ไล่ฯ กล่าวแสดงความขอบคุณต่อผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน สำหรับผลงานอันยอดเยี่ยม พร้อมเน้นย้ำว่า จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมคือการแก้ไขปัญหา นวัตกรรมไม่มีคำตอบตายตัว แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการส่งเสริมให้ประเทศชาติเกิดความก้าวหน้า สังคมมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความสุขกันถ้วนหน้า ตลอดจนนำพาให้ประชาคมโลกมีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นอันเนื่องมาจากไต้หวัน โดยในอนาคต รัฐบาลจะยังคงทำหน้าที่เป็นแรงสนับสนุนที่มั่นคงให้แก่ภาคประชาชน และสร้างสภาพแวดล้อมด้านนวัตกรรมที่เสรีและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ตลอดจนอาศัยศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ ในการผลักดันให้ผลสัมฤทธิ์ของไต้หวัน เปล่งประกายบนเวทีนานาชาติต่อไป<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เข้าร่วมพิธีเปิด “การประชุมประจำปี 2026 ของสมาคมศัลยแพทย์ไต้หวัน และการประชุมวิชาการร่วมด้านศัลยแพทย์”]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283515/%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%99.%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%AD-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E2%80%9C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88]]></link><guid>283515</guid><pubDate>2026/04/27</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 25 เม.ย. 69<br />
&nbsp;<br />
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 25 เมษายน 2026 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้เข้าร่วมพิธีเปิด &ldquo;การประชุมประจำปี 2026 ของสมาคมศัลยแพทย์ไต้หวัน และการประชุมวิชาการร่วมด้านศัลยแพทย์&rdquo; โดยปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันกลไกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาการแพทย์อัจฉริยะ สร้างระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของภาคประชาชน<br />
&nbsp;<br />
ปธน.ไล่ฯ รู้สึกชื่นชมความตั้งใจอันแน่วแน่ของบรรดาผู้อาวุโสและบุคลากรการแพทย์ ที่ร่วมส่งเสริมให้มาตรฐานการแพทย์ของไต้หวันก้าวขึ้นสู่ระดับสากล และได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ตั้งแต่การผ่าตัดทั่วไป ไปจนถึงการปลูกถ่ายอวัยวะที่ล้วนแต่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลก อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในวงการศัลยกรรมอย่างแพร่หลาย แสดงให้เห็นศักยภาพที่เชื่อมโยงสู่เวทีนานาชาติ โดยเฉพาะหัวข้อหลักของการประชุมปีนี้ จัดตั้งขึ้นภายใต้หัวข้อ &ldquo;ความเป็นเลิศด้านศัลยกรรมเพื่อโลกที่มีสุขภาพดี&rdquo; (Surgical Excellence for Healthy world) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานของวงการศัลยกรรมไต้หวัน<br />
&nbsp;<br />
ในฐานะที่ปธน.ไล่ฯ เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต หลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ไล่ฯ จึงได้ทำการจัดตั้ง &ldquo;คณะกรรมการส่งเสริมไต้หวันสุขภาพดี&rdquo; โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะรวบรวมศักยภาพจากแวดวงการแพทย์และสังคม เพื่อส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีสุขภาพดี ประเทศชาติเกิดความแข็งแกร่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้ประชาคมโลกมองเห็นไต้หวัน และโอบรับไต้หวันเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่ง<br />
&nbsp;<br />
ปธน.ไล่ฯ ระบุว่า รัฐบาลได้ปรับเพิ่มงบประมาณรวมของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยกำหนดอัตราการขยายตัวที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 5.5% และได้นำรายการค่าใช้จ่ายที่ควรเป็นงบประมาณภาครัฐออกจากระบบประกันสุขภาพ ส่งผลให้วงเงินประกันสุขภาพแห่งชาติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าเกิน 20,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยในปีนี้ งบประมาณของระบบประกันสุขภาพได้สร้างยอดทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับค่าตอบแทนของบุคลากรทางการแพทย์ ปรับปรุงคุณภาพอุปกรณ์การแพทย์ และพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ปรับปรุงระบบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยมุ่งเน้น &ldquo;ค่าตอบแทนที่แตกต่างสำหรับภารกิจที่แตกต่าง&rdquo; และเพิ่มวงเงินการเบิกจ่ายสำหรับการผ่าตัดที่ซับซ้อน ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ใน 4 สาขาหลัก ได้แก่ : ศัลยศาสตร์ , อายุรศาสตร์ , สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา และกุมารเวชศาสตร์<br />
&nbsp;<br />
ปธน.ไล่ฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าผลักดัน &ldquo;โครงการส่งเสริมไต้หวันสุขภาพดี&rdquo; ด้วยการจัดสรรงบประมาณ 48,900 ล้านเหรียญไต้หวัน ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อให้การสนับสนุนสถาบันการแพทย์และแพทยสมาคม ในการพัฒนากลไกการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เมื่อเผชิญหน้ากับความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของมนุษย์ในแต่ละช่วงวัย รัฐบาลได้ส่งเสริมให้แพทยสมาคมและหน่วยงานการแพทย์สมัครเข้าร่วมโครงการข้างต้น โดยรัฐบาลกลางจะให้ความช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติภารกิจในแนวหน้า แก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์แบบองค์รวม ตลอดจนเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของภาคประชาชน &nbsp;<br />
&nbsp;<br />
ในอนาคต พวกเราจะมุ่งเน้นการพัฒนาทางการแพทย์ใน 4 มิติหลัก ดังนี้ : (1) การบ่มเพาะบุคลากร (2) การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานด้านการแพทย์ (3) การพัฒนาการแพทย์อัจฉริยะ และ (4) การส่งเสริมการพัฒนาความยั่งยืนทางการแพทย์ ภายใต้ยุคสมัย AI อุตสาหกรรมทุกแขนงสาขาต่างทยอยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและอัจฉริยะ เมื่อระยะที่ผ่านมา รัฐบาลไต้หวันได้มีการยื่นเสนอโครงการเมกะโปรเจคด้าน AI โฉมใหม่ 10 ประการ โดยเชื่อว่า ระบบการแพทย์ก็ต้องตามให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยด้วยเช่นกัน<br />
&nbsp;<br />
ในแง่มุมการแพทย์อัจฉริยะ ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมการกำหนดมาตรฐานข้อมูลทางการแพทย์อย่างแข็งขัน ซึ่งในปัจจุบัน ได้มีการบูรณาการโครงสร้างข้อมูลทางการแพทย์ของศูนย์การแพทย์โดยเสร็จสมบูรณ์แล้ว และในอนาคตจะขยายขอบเขตไปสู่สถานพยาบาลในระดับภูมิภาค , สถานพยาบาลในระดับท้องถิ่น และคลินิกชุมชน เพื่อการจัดตั้งระบบข้อมูลทางการแพทย์ที่สมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ก็นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการทางการแพทย์<br />
&nbsp;<br />
ในด้านระบบ ปธน.ไล่ฯ ชี้แจงว่า &ldquo;กฎหมายว่าด้วยการป้องกันอุบัติเหตุทางการแพทย์และแนวทางการระงับข้อพิพาท&rdquo; (Medical Accident Prevention and Dispute Resolution Act) ได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อปี 2024 ซึ่งสถาบันการแพทย์แต่ละแห่งต้องจัดตั้งทีมปฏิบัติการเพื่อให้การดูแลและประสานงานแบบเรียลไทม์ เมื่อเกิดข้อพิพาททางการแพทย์ ทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งแพทย์ - ผู้ป่วยในการชี้แจงและไกล่เกลี่ยประเด็นข้อพิพาท และลดความเสี่ยงของการฟ้องร้อง เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาข้อพิพาททางการแพทย์เพียงลำพังอีกต่อไป<br />
&nbsp;<br />
ในอนาคต รัฐบาลจะยังคงจับมือกับวงการแพทย์ ด้วยการทุ่มงบประมาณ จัดตั้งระบบกฎหมายที่รัดกุม และผลักดันนโยบาย พร้อมสรรสร้างสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์ร่วมบรรลุเป้าหมายการยกระดับสวัสดิการและความผาสุกของภาคประชาชน ให้เกิดความยั่งยืนสืบไป<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[การประชุมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างไต้หวัน - ฝรั่งเศส ครั้งที่ 2 เปิดฉากขึ้นในฝรั่งเศส โดยทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าเสริมสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ใน 6 มิติหลักต่อไป]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283403/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99---%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87]]></link><guid>283403</guid><pubDate>2026/04/22</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part">NSTC วันที่ 21 เม.ย. 69<br />
&nbsp;<br />
การประชุมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างไต้หวัน - ฝรั่งเศส ครั้งที่ 2 เปิดฉากขึ้น ณ เมืองเกรอนอบล์ (Grenoble)ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงระหว่างวันที่ 20 - 21 เมษายน 2026 โดยนายอู๋เฉิงเหวิน ประธานคณะกรรมการกิจการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไต้หวัน (NSTC) ได้นำตัวแทนสถาบันวิจัย National Institutes of Applied Research (NIAR) ภายใต้สังกัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายวิชาการและการวิจัยหลายท่าน เดินทางเยือนเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์<br />
&nbsp;<br />
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2023ไต้หวัน &ndash; ฝรั่งเศส ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STC) โดยมี NSTC และกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยแห่งฝรั่งเศส (MESRE) รับผิดชอบเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินงาน และได้มีการพิจารณาหารือทิศทางความร่วมมือที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ รวม 6 รายการ ตลอดจนจัด &ldquo;การประชุมวิจัยทางวิทยาศาสตร์แบบทวิภาคี&rdquo; ขึ้นเป็นวาระประจำ ซึ่งการประชุมรอบแรกได้จัดขึ้นในไต้หวัน เมื่อเดือนเมษายน 2024<br />
&nbsp;<br />
ฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของไต้หวันในทวีปยุโรป ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ทางความร่วมมือมาเป็นระยะเวลานานกว่า 30 ปี และได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือกันหลากหลายรายการ และได้มีการจัดตั้งกลไกเงินอุดหนุนและกลไกการแลกเปลี่ยนด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุม ทั้งการบ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ , การแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ , โครงการวิจัยร่วมและรางวัลความร่วมมือทางเทคโนโลยี ระหว่างไต้หวัน - ฝรั่งเศส เป็นต้น นางห่าวเผยจือ ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำฝรั่งเศส กล่าวขณะปราศรัยว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ผลสัมฤทธิ์ทางความร่วมมือแบบทวิภาคี ด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง<br />
&nbsp;<br />
การประชุมครั้งนี้ได้รวบรวมเจ้าหน้าที่หน่วยงานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญที่สำคัญนับร้อยคนจากทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมหารือกันในประเด็นด้านเซมิคอนดักเตอร์และควอนตัม , การแพทย์ชีวภาพ , การประหยัดพลังงานและพลังงานสีเขียว , เทคโนโลยี AI และความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงกิจการทางอวกาศและมหาสมุทร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนและยกระดับการเสวนาด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์แบบทวิภาคีเชิงลึก ผ่านการแสดงสุนทรพจน์ การเสวนาในหัวข้อพิเศษ การเข้าเยี่ยมชมหน่วยงาน เป็นต้น โดยในระหว่างการประชุมครั้งนี้ ได้รวบรวมประเด็นความร่วมมือ รวม 6 รายการเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นหลักอ้างอิงสำคัญทางความร่วมมือด้านการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ ระหว่างไต้หวัน - ฝรั่งเศส ทั้งนี้ เพื่อเป็นการจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือทางเทคโนโลยี ที่เปี่ยมด้วยความยืดหยุ่นและความเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์<br />
&nbsp;<br />
ระหว่างการประชุมครั้งนี้ ประธานอู๋ฯ ได้อาศัยโอกาสนี้ร่วมแลกเปลี่ยนหารือกับตัวแทนของทุกหน่วยงานและสถาบันที่เกี่ยวข้องในฝรั่งเศส เพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์การพัฒนาล่าสุดของระบบนิเวศด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง NIAR และสถาบันวิจัยด้านสุขภาพและการแพทย์แห่งชาติฝรั่งเศส (Inserm) โดยในอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์และเทคโนโลยีด้านสุขภาพกันต่อไป อีกทั้งในช่วงระหว่างนี้ ประธานอู๋ฯ ยังได้เดินทางเยือนเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย University of Paul Sabatier, France (UPS) เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการบูรณาการแบบข้ามศาสตร์ ความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและวิชาการ การผลักดันนวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Cit&eacute; des Sciences et de l&#39;Industrie (CSI) เพื่อทำความเข้าใจประสบการณ์การส่งเสริมภารกิจการสื่อสารวิทยาศาสตร์ (Science Communication) ประธานอู๋ฯ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิด เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างไต้หวัน - ฝรั่งเศส ให้ดำเนินไปในทิศทางเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง<br />
&nbsp;</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 17 ปี 2569]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283337/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7]]></link><guid>283337</guid><pubDate>2026/04/20</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part"><p>ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 19 เม.ย. 69<br />
<br />
เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 18 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เดินทางไปยังนครไทจงเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์แห่งเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 17 (The 17th Asia-Pacific Forum of Medical Laboratory Science) ประจำปี 2569 พร้อมกล่าวว่า การตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เปรียบเสมือน &ldquo;ดวงตา&rdquo; ของระบบสาธารณสุข ไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวินิจฉัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักสำคัญของการแพทย์แม่นยำ สาธารณสุข การควบคุมโรคติดเชื้อ และระบบการแพทย์โดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไต้หวันกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น และสภาพอากาศสุดขั้ว รัฐบาลจะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย &ldquo;ไต้หวันสุขภาพดี&rdquo; ผ่านการเพิ่มการลงทุนด้านการแพทย์และการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ โดยหวังว่า จะยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ เพื่อร่วมกันปกป้องสุขภาพของประชาชน<br />
<br />
ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวปราศรัยในพิธีเปิดการประชุมฯ เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้<br />
<br />
หัวข้อหลักของการประชุมในปีนี้คือ &ldquo;อัจฉริยะ ความยั่งยืน และความแข็งแกร่ง&rdquo; เพื่อนำพาการตรวจสุขภาพทางการแพทย์เข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งก็เป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณสุขทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ห้องปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือการตรวจแบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของบริการทางการแพทย์ และช่วยให้เราสามารถตรวจพบปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมให้การดูแลที่แม่นยำยิ่งขึ้น<br />
<br />
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไต้หวันกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด โรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น และสภาพอากาศสุดขั้ว เราจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างระบบดูแลสุขภาพอัจฉริยะที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย ทุกสถานที่ และมีความสามารถในการเตือนภัยล่วงหน้าและตอบสนองได้ทันที พร้อมผลักดันรูปแบบการแพทย์จากการเน้นการรักษา ไปสู่การเน้นการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพเป็นหลัก<br />
<br />
นี่คือเป้าหมายที่รัฐบาลมุ่งมั่นในการสร้าง &ldquo;ไต้หวันสุขภาพดี&rdquo; ผ่านการเพิ่มการลงทุนด้านการแพทย์และการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ เราหวังว่าจะผนวกจุดแข็งด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและศักยภาพด้านชีวการแพทย์ของไต้หวันเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ให้มีการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง</p>
</div>]]></description></item><item><title><![CDATA[รอง ปธน. เซียวฯ กล่าวสุนทรพจน์ผ่านบันทึกวิดีโอในงาน Space Expo ย้ำเดินหน้ายุทธศาสตร์อวกาศ ร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคสร้างอนาคตที่ปลอดภัย มั่งคั่ง และโปร่งใส]]></title><link><![CDATA[https://th.taiwantoday.tw/สังคม/283267/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%99.-%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%AF-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-Space-Expo-%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4]]></link><guid>283267</guid><pubDate>2026/04/16</pubDate><description><![CDATA[<div class="article-content-part"><p>เมื่อเช้าวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉิน แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านบันทึกวิดีโอในการประชุมสัมมนาทิศทางทางทหารและพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ภายในงาน Space Expo ครั้งที่ 41 โดยชี้ว่า ไต้หวันถือว่าอวกาศคือแรงขับเคลื่อนสำคัญในด้านการสื่อสารยุคใหม่ รวมถึงด้านการข่าวกรอง การตรวจการณ์ และการลาดตระเวนทางทหาร (ISR) การพัฒนายุทธศาสตร์อวกาศจึงเปรียบเสมือนเสาหลักที่เป็นหัวใจสำคัญต่อความอยู่รอดและระบบความยืดหยุ่นของประเทศ โดยรองประธานาธิบดีเซียวฯ ได้กล่าวเสริมว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศที่ปลอดภัย มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในภาพรวม ในอนาคตไต้หวันจะยังคงสร้างความร่วมมือผ่านการหลอมรวมความเห็นพ้องเชิงยุทธศาสตร์และการแบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อก้าวไปพร้อมกับพันธมิตรในภูมิภาคในการสร้างอนาคตที่ปลอดภัย มั่งคั่ง และโปร่งใสสำหรับทุกคน<br />
<br />
เนื้อหาบางส่วนของสุนทรพจน์ฉบับภาษาอังกฤษของรองประธานาธิบดีเซียวฯ &nbsp;มีรายละเอียดดังนี้:<br />
<br />
ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ไต้หวันคือพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจเสมอมา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เรากำลังขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างเด็ดขาดภายใต้โครงสร้างของความยืดหยุ่นในการป้องกันประเทศโดยภาคประชาสังคม โดยเรามองว่าอวกาศคือปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญยิ่งต่อการสื่อสารยุคใหม่และการข่าวกรองทางกลาโหม ดังนั้น การพัฒนายุทธศาสตร์อวกาศของเราจึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป แต่คือเสาหลักที่เป็นแกนกลางต่อความอยู่รอดและความแข็งแกร่งของชาติ<br />
<br />
ไต้หวันกำลังขยายบทบาทในระดับโลกอย่างรวดเร็ว เราไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ที่โลกขาดไม่ได้ แต่เรายังพร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้แก่ระบบนิเวศด้านอวกาศและกลาโหมยุคใหม่ จุดแข็งของเราอยู่ที่ระบบประชาธิปไตยที่เปี่ยมด้วยพลัง ความสามารถในด้านการผลิตที่มีความแม่นยำสูง และศักยภาพในการจัดหาส่วนประกอบระดับไฮเอนด์ที่มีความปลอดภัยให้แก่ห่วงโซ่อุปทานโลก เพราะคำว่า ความไว้วางใจ และ ความน่าเชื่อถือ คือนิยามที่สำคัญของแบรนด์ไต้หวัน<br />
<br />
ในขณะที่ทุกท่านกำลังร่วมหารือถึงทิศทางทางทหารและพันธมิตรอยู่นี้ เราต้องตระหนักว่า ความมั่นคงในภูมิภาคซึ่งรวมถึงโครงสร้างอวกาศที่ปลอดภัยนั้น มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเสถียรภาพของอินโด-แปซิฟิก ไต้หวันมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะมีส่วนร่วมในการเสวนาเหล่านี้ เพื่อสร้างมติเชิงยุทธศาสตร์ แบ่งปันความเชี่ยวชาญ และยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และโปร่งใสให้แก่ทุกคน<br />
<br />
ในช่วงท้าย รองประธานาธิบดีเซียวฯ ได้กล่าวเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในความก้าวหน้าของไต้หวันด้วยตนเอง ในการประชุมอวกาศนานาชาติแห่งไต้หวัน (Taiwan International Assembly of Space - TASTI) ซึ่งจะจัดขึ้นโดยศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน (TASA) ณ พื้นที่ทางตอนใต้ของไต้หวัน ในวันที่ 8 ถึง 12 พฤศจิกายนของปีนี้</p>
</div>]]></description></item></channel></rss>